ผลวิจัยเฉลยชัด! คนเราตดวันละกี่ครั้ง? กลุ่มอายุไหน "ผายลมบ่อยที่สุด" รู้แล้วมีอึ้ง

คนเราผายลมวันละกี่ครั้ง? งานวิจัยกว่า 6,400 คน จากออสเตรเลีย เผยกลุ่มอายุไหนที่ผายลมบ่อยที่สุด
เรื่องการผายลมหรือ "ตด" แม้จะเป็นเรื่องธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าขอบเขตของความปกติกับความผิดปกตินั้นอยู่ตรงไหน ล่าสุด ผลการศึกษาครั้งใหญ่จากประเทศออสเตรเลีย ได้ทำการสำรวจพฤติกรรมการผายลมของประชาชนกว่า 6,400 คน พร้อมเก็บข้อมูลจำนวนการผายลมรวมกันมากกว่า 360,000 ครั้ง เพื่อหาคำตอบว่าในหนึ่งวันคนเราผายลมเฉลี่ยกี่ครั้ง และกลุ่มคนวัยไหนที่มีแก๊สในกระเพาะอาหารมากที่สุด
นวัตกรรมนับครั้งตด! แฟรงก์แคร์ผ่านแอปพลิเคชัน
ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ต่างพยายามหาวิธีนับจำนวนการผายลมที่แม่นยำที่สุด ตั้งแต่การพัฒนา "กางเกงในอัจฉริยะ" (Smart Underwear) ที่ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับแก๊สอัตโนมัติ ไปจนถึงการติดอุปกรณ์สอดตรวจวัดแก๊สในลำไส้ใหญ่ ทว่าวิธีหลังมักได้ผลที่ไม่ตรงความจริง เพราะคนส่วนใหญ่มักจะอั้นแก๊สไว้เพื่อปล่อยในสถานที่ที่เหมาะสม
ทีมวิจัยชาวออสเตรเลียจึงแก้ไขปัญหานี้ด้วยโครงการที่ชื่อว่า "Chart Your Fart" โดยให้ผู้เข้าร่วมทดลองที่มีอายุตั้งแต่ 14 ปีขึ้นไป บันทึกข้อมูลการผายลมผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนทันทีหลังจากที่ปล่อยแก๊สออกมา โดยเน้นให้ตัวแอปใช้งานง่ายและเนียนที่สุดเพื่อไม่ให้คนรอบข้างสังเกตเห็น
เฉลยตัวเลข! กลุ่มไหนผายลมบ่อยที่สุด?
ผลการศึกษาพบว่า โดยเฉลี่ยแล้วคนเราผายลมอยู่ที่ 5 ครั้งต่อวัน โดยคนส่วนใหญ่ (ร้อยละ 79.3) จะผายลมอยู่ที่ประมาณ 2 ถึง 7 ครั้งต่อวัน ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มคนส่วนน้อยที่มีปริมาณแก๊สมากกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นตัวดันให้ค่าเฉลี่ยสูงขึ้น
เมื่อแบ่งตามเพศและวัย พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้:
- เพศ: ผู้ชายผายลมบ่อยกว่าผู้หญิงเล็กน้อย โดยผู้ชายมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 5.2 ครั้งต่อวัน ขณะที่ผู้หญิงอยู่ที่ 4.8 ครั้งต่อวัน
- ช่วงอายุที่ผายลมบ่อยที่สุด: คือกลุ่มวัยทำงาน อายุระหว่าง 26–45 ปี โดยมีค่าเฉลี่ยมากกว่า 5 ครั้งต่อวัน เล็กน้อย ตามมาติดๆ ด้วยกลุ่มอายุ 46–65 ปี ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 5 ครั้งต่อวันพอดี
- ช่วงอายุที่ผายลมน้อยที่สุด: คือกลุ่มวัยรุ่นและคนหนุ่มสาว (อายุ 14–25 ปี) มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.4 ครั้งต่อวัน
นอกจากนี้ เวลาที่คนเราผายลมบ่อยที่สุดจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นและไปแตะจุดสูงสุดในช่วงค่ำหลังอาหารเย็น โดยมีช่วงพีคเล็กๆ ในช่วงเช้าเวลา 06.00–08.00 น. หลังอาหารกลางวันช่วง 14.00–16.00 น. และพีคใหญ่ที่สุดในตอนดึกช่วง 20.00–22.00 น. ซึ่งสัมพันธ์กับเวลาที่ร่างกายได้รับอาหารและไฟเบอร์นั่นเอง
iStockphoto
ทำไมการผายลมถึงบอกสัญญาณสุขภาพ?
แม้ว่าการผายลมจะเป็นระบบการทำงานตามปกติของร่างกาย แต่หากผายลมมากเกินไปอย่างผิดสังเกต อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะสุขภาพบางอย่าง เช่น การแพ้อาหาร (เช่น นม หรือกลูเตน), โรคลำไส้แปรปรวน (IBS), ภาวะแบคทีเรียในลำไส้เล็กเจริญเติบโตผิดปกติ (SIBO) รวมไปถึงโรคเบาหวานและภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ
อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการดำรงชีวิตก็มีผลต่อการเกิดแก๊สในกระเพาะอาหารเช่นกัน การสูบบุหรี่ การเคี้ยวหมากฝรั่ง และการดื่มน้ำอัดลม จะทำให้ร่างกายกลืนลมเข้าไปมากขึ้น ขณะที่อาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ถั่ว บรอกโคลี หรือกะหล่ำดาว ก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดแก๊สจากการหมักหมมในลำไส้ใหญ่ได้เช่นกัน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี